Saturday, January 19, 2013

‘ทาชื่อจิ่งฉา’ เขาเป็นตำรวจ

บทความนี้จะเริ่มอธิบายสิ่งต่างๆครับ โดย รูปแบบประโยคที่ใช้อธิบายสิ่งต่างๆที่ใช้บ่อยมากคือ
นาม1 ‘ชื่อ’ นาม2 // นาม1 是 นาม2 [รูปแบบประโยค]
(นาม1 และ นาม2 เป็น นาม หรือ สรรพนาม)
ใช้อธิบาย = นาม1 คือ/เป็น นาม2
คำศัพท์ที่ในหมวด [สิ่งของ] เพิ่มอีก 10 คำ ครับ
‘ชู’ (书 - Shū) แปลว่า หนังสือ
‘เชอ’ (
车 - Chē) แปลว่า รถ
‘ปี่’ (
笔 - Bǐ) แปลว่า ปากกา
‘จัวจึ’ (桌子 - Zhuōzi) แปลว่า โต๊ะ ตัวอักษร 桌 แปลว่า โต๊ะ 子แปลว่า ของเล็กๆ
‘อี่จึ’ (椅子- Yǐzi) แปลว่า เก้าอี้ ตัวอักษร 椅 แปลว่า เก้าอี้ 子แปลว่า ของเล็กๆ
‘เปยจึ’(杯子Bēizi) แปลว่า ถ้วย ตัวอักษร 杯 แปลว่า ถ้วย 子แปลว่า ของเล็กๆ
‘เอี่ยนจิ้ง’(眼镜Yǎnjìng) แปลว่า แว่นตา ตัวอักษร 眼แปลว่า ตา 镜แปลว่า กระจก
‘เตี้ยนหน่าว’ (电脑 - Diànnǎo) แปลว่า คอมพิวเตอร์ ตัวอักษร 电 แปลว่า ไฟฟ้า 脑 แปลว่า สมอง
‘เซี่ยงจี’(相机 - Xiàngjī) แปลว่า กล้องถ่ายรูป ตัวอักษร 相แปลว่า ภาพถ่าย 机แปลว่า เครื่อง
‘โฉ่วจี’(
手机 - Shǒujī) แปลว่า โทรศัพท์มือถือ ตัวอักษร 手แปลว่า มือ机 แปลว่า เครื่อง

สร้างประโยคโดยนำคำศัพท์ที่มีมาแทนในรูปประโยคแล้วแปลเป็นไทยดูครับ

ตัวอย่าง : ‘หว่อชื่อหู้ชื่อ’
我是护士= ดิฉันเป็นพยาบาล // ‘ทาชื่อจิ่งฉา’ 他是警察= เขาเป็นตำรวจ // 
‘เจ้อชื่อชู’
这是书= นี่คือหนังสือ // ‘น่าชื่อปี่’ 那是笔= นั่นคือปากกา // ‘หว่อชื่อ’สมชาย 我是สมชาย =ผมคือสมชายครับ

เพิ่มเติม
:
这是医生, 那是车, 它是电脑 , 这是王医生, 那是黄先生,

ส่วนเสริมพิเศษ
คำศัพท์ [หม่าม้า] ฟังแล้วก็นึกถึงเสียงเรียกคุณแม่ เป็นคำศัพท์ใหม่ที่ผมจำได้เป็นคำแรกๆ
‘หม่า’(
马- Mǎ) แปลว่า ม้า

วัฒนธรรม
ภาษาจีน เป็นอีกภาษาหนึ่งของชาวตะวันออก ที่มีการใช้คำทับศัพท์ภาษาของชาวตะวันตกน้อย เมื่อเทียบกับไทยและญี่ปุ่น ทั้งนี้ผมเข้าใจว่า เป็นเพราะลักษณะภาษาเขียนของจีนที่ไม่ได้ใช้การผสมตัวอักษรเพื่อออกเสียง แต่เน้นไปที่ความหมายในตัวอักษรเอง ดังนั้นทางการจีนจึงมีงานหนักมากๆ ที่ต้องบรรจุศัพท์ใหม่ๆจำนวนมากตลอดเวลา โดยเฉพาะศัพท์ทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีโดยผสมขึ้นจากตัวอักษรเดิมที่มีอยู่ ส่งผลให้ภาษาจีนมีศัพท์ที่ใช้เรียก
computer,internet,software,DNA ,call center ขณะที่ภาษาไทยและญี่ปุ่นใช้ทับศัพท์

Wednesday, January 16, 2013

แซ่ของคนจีน

แซ่ของคนจีนที่มีคนใช้สูงสุด 20 อันดับ (Wikipedia)
王      Wáng  แซ่หวัง [เฮ้ง]
李      Lǐ       แซ่หลี่ [หลี]
张      Zhāng  แซ่จาง [เตียว]
刘      Liú      แซ่หลิว [เล่า]
陈      Chén   แซ่เฉิน [ตั้ง]
杨      Yáng   แซ่หยาง [เอี๊ย]
黄      Huáng แซ่หวง [อึ๊ง]
赵      Zhào   แซ่จ้าว [เตี๋ย]
吴      Wú     แซ่อู๋ [โง้ว]
周      Zhōu   แซ่โจว [จิว]
徐      Xú      แซ่ฉี [ซื้อ]
孙      Sūn     แซ่ซุน [ซึง]
马      Mǎ      แซ่หม่า [เบ๊]
朱      Zhū     แซ่จู [ชู]
胡      Hú      แซ่หู [โอ๊ว]
郭      Guō    แซ่กัว [ก๊วย]
何      Hé      แซ่เหอ[ฮ่อ]
高      Gāo    แซ่เกา[กอ]
林      Lín      แซ่หลิน[ลิ้ม]
罗      Luō     แซ่ลัว[หลอ]

สร้างประโยคหรือคำศัพท์โดยนำคำศัพท์ที่มีมาแทนในรูปแบบในบทแล้วแปลเป็นไทยดูครับ
ตัวอย่าง
‘หวังอีเชิง’
王医生 = คุณหมอหวัง // ‘หลีเหล่าชือ’ 李老师 = คุณครูหลี่ // ‘จางจิ่งฉา’ 张警察 = คุณตำรวจจาง // ‘หลิวฮู้ชื่อ’ 刘护士 = คุณพยาบาลหลิว // ‘เฉินฟูเหยิน’ 陈夫人 = คุณนายเฉิน


เพิ่มเติม: 杨律师 , 黄先生, 赵小姐

ส่วนเสริมพิเศษ
คำศัพท์ [ฮักอ้าย] กึ่งไปทางอีสานนิดครับความหมายก็คือ “รักพี่(ชาย)”  สำหรับภาษาจีน ‘อ้าย’ แปลว่ารัก รวมกับศัพท์จากบทก่อนๆได้ว่า ‘หว่ออ้ายหนี่’ แปลว่าฉันรักเธอ
‘อ้าย’ (
爱 - Ài) แปลว่า รัก


วัฒนธรรม
จากข้อมูลแซ่ที่มีคนใช้มากที่สุด 20 อันดับข้างบน คำในที่เห็น
[…] คือเสียงที่ถอดจากสำเนียงแต้จิ๋ว พบว่า ปกติก็เพี้ยนอยู่แล้วพอถอดเสียงด้วยภาษาไทยนี่บางคำเพี้ยนแบบไม่ใกล้เคียง มีคนเล่าว่า มีฮ่องเต้องค์นึงในราชวงศ์ชิงซึ่งสมัยนั้นก็ปกครองมาถึงดินแดนทางใต้ด้วย ได้พูดตลกๆว่า 'เทียนปู๋ผ้า ตี้ปู่ผ้า จุ้ยผ้ากว่างตงเหยินชัวผู่ทงฮั้ว' 天不怕,地不怕,最怕广东人说普通话 แปลตรงตัวว่า ฟ้าไม่กลัว ดินไม่กลัว แต่กลัวคนกวางตุ้งพูดจีนกลาง  ซึ่งหมายความว่า คนทางใต้พูดจีนกลางฟังยากมาก

วัฒนธรรม
ผู้หญิงชาวจีนเมื่อแต่งงานแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนนามสกุลแบบคนไทย หรือคนตะวันตก ใช้ชื่อแซ่ เดิม แต่การแต่งงาน ก็ถือว่าเข้าไปเป็นคนของตระกูลฝ่ายชาย

วัฒนธรรม
พ่อแม่ชาวจีนจำนวนมากอยากได้ลูกชายมากกว่าลูกสาว เนื่องจากลูกสาวต้องแต่งออกไปตระกูลอื่น
และด้วยเหตุผลที่สมัยก่อนของคนจีนที่ถือว่าการมีคนในตระกูลมากๆเป็นเรื่องดี  เช่นมีคำอวยพรคู่แต่งงานใหม่ว่า ‘เหมียนเหมียนกัวเตี๋ย’ 绵绵瓜瓞 แปลตรงตัวก็คือ ... ความหมายที่เราคุ้นเคยก็คือ ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง 

Thursday, January 10, 2013

‘หว่อเจี้ยว’สมชาย ผมชื่อสมชาย

บทนี้จะเกี่ยวกับชื่อคนและการแนะนำตัว
การแนะนำตัว มีประโยคที่ใช้มากก็คือ
นาม1 ‘เจี้ยว’ ชื่อเฉพาะ // นาม1 叫 ชื่อเฉพาะ [รูปแบบประโยค]
(นาม1 เป็น นาม หรือ สรรพนาม)
ใช้อธิบาย = นาม1 ชื่อ/ถูกเรียกว่า ชื่อเฉพาะ
คำศัพท์ในหมวดสรรพนามเพิ่มอีก 6 คำ ครับ
‘หว่อ’ (我 - Wǒ) แปลว่า ผม,ฉัน,ดิฉัน,กู,เรา (ใช้เรียกตัวเอง)
‘ทา’ (
他 - Tā) แปลว่า เขา (ใช้เรียกแทนผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช้ผู้เรียกและคู่สนทนา)
‘ทา’ (
她 - Tā) แปลว่า หล่อน (ใช้เรียกแทนผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช้ผู้เรียกและคู่สนทนา)
‘ทา’ (
它 - Tā) แปลว่า มัน (ใช้เรียกแทนสัตว์และสิ่งของ)
‘เจ้อ’ (
这 - Zhè) แปลว่า นี่,นี้ (ใช้เรียกแทนสิ่งที่อยู่ใกล้)
‘น่า’ (
那 - Nà) แปลว่า นั่น,นั้น (ใช้เรียกแทนสิ่งที่อยู่ไกล)

คำศัพท์ในหมวดคำนามบุคคลอีก 4 คำ ครับ
‘เซียนเชิง’ (先生- Xiānshēng) แปลว่า คุณ (ใช้สำหรับผู้ชาย)ตัวอักษร 先 แปลว่า ก่อน 生 แปลว่า เกิด
‘หนี่ชื่อ’ (
女士 - Nǚshì) แปลว่า คุณ (ใช้สำหรับผู้หญิง)ตัวอักษร 女 แปลว่า หญิง 士 แปลว่า องครักษ์
‘เสียวเจ่’ (小姐 - Xiǎojiě) แปลว่า คุณ (ใช้สำหรับผู้หญิงอายุน้อย) ตัวอักษร 小 แปลว่า น้อย 姐 แปลว่า พี่สาว
‘ฟูเหยิน’ (
夫人 - Fūrén) แปลว่า คุณนาย (ใช้สำหรับผู้หญิงแต่งงานแล้ว)ตัวอักษร 夫 แปลว่า สามี 人 แปลว่า คน

สร้างประโยคโดยนำคำศัพท์ที่มีมาแทนในรูปประโยคแล้วแปลเป็นไทยดูครับ

ตัวอย่าง : ‘หว่อเจี้ยว’สมชาย 我叫สมชาย= ผมชื่อสมชาย // ‘ทาเจี้ยว’สมหญิง 她叫สมหญิง= หล่อนชื่อสมหญิง // ‘ทาเจี้ยว’โอบามา‘เซียนเชิง’ 他叫โอบามา先生 = เขาคือคุณโอบาม่า

ส่วนเสริมพิเศษ
คำศัพท์
[แพงหูฉี่] ในไทยก็ใช้กันเป็นที่เข้าใจว่า “แพงมาก” โดยมาจากคำจีนกวางตุ้ง หื้อฉี่ หมายถึง หูฉลามนั่นเองซึ่งเป็นอาหารจีนที่แพงมาก  แพงหูฉี่ก็เป็นการเปรียบเทียบของสองวัฒนธรรม ตรงตัวก็คือ แพงยังกะหูฉลาม
‘หยีชื่อ’ (
鱼翅 - Yúchì) แปลว่า หูฉลาม ตัวอักษร 鱼 แปลว่า ปลา 翅 แปลว่า ครีบ
ชื่อของคนจีน ต่างจากคนไทย โดยจะขึ้นต้นด้วยแซ่(นามสกุล)และตามด้วยชื่อตัว เช่น
ประธานาธิบดี ‘หูจิ่นเทา’ (胡锦涛 - Hújǐntāo) คือคน แซ่ ‘หู’ ชื่อ ‘จิ่นเทา’
หรือดาราดัง ‘หลิวเต๋อหัว’ (
刘德华 – Liúdéhuá) คือคนแซ่  ‘หลิว’ ชื่อ ‘เต๋อหัว’
ในจีนในการระบุถึงตัวบุคคล นิยมใช้กันหลายแบบ

- เวลาเรียกคนที่ไม่ได้เป็นญาติกัน จะเรียกด้วยแซ่กันมาก โดยใช้แซ่ขึ้นต้นและตามด้วยอาชีพ ตำแหน่ง หรือคำให้เกียรติ เช่น
‘เซียนเชิง’ ‘เสียวเจ่’ หรือ ‘ไท่ไท่’(ตามหลังแซ่ของสามี)  ‘ฟูเหยิน’(ตามหลังแซ่ของสามี)  เพื่อความสุภาพ
- หรือจะเรียกนับญาติแบบที่คนไทยก็คุ้นเคย โดย ใช้แซ่ขึ้นต้นและตาม พี่ ลุง น้า อา
- แต่ถ้าเรียกเพื่อนที่สนิทกันหรือเด็กๆก็สามารถเรียกชื่อตัวได้ 
- หรือจะเรียก
‘เหล่า’ ตามด้วยแซ่ ใช้กับคนอายุเท่ากันหรือมากกว่า ถ้าอายุน้อยกว่าก็จะเรียก ‘เสี่ยว’ นำหน้าแซ่ ได้เช่นกัน
*ถ้าผู้หญิงเรียกเพื่อนที่เป็นผู้ชาย แซ่ กู่ ว่า
‘เหลากู่’ จะแปลกๆหน่อยเพราะ ‘เหลากู่’มีคำพ้องเสียงแปลว่าสามี แต่ถ้าเป็นผู้ชายเรียกก็ปกติไม่ได้มีใครคิดมาก เพราะ การผิดเพศยังไม่ได้รับการยอบรับแพร่หลายในจีน

วัฒนธรรม
เมื่อก่อน คนจีนมีลูกและพี่น้องมาก ในครอบครัวมักจะเรียกลำดับที่แทนชื่อตัว เช่น ลูกสี่ พี่ใหญ่ น้องเล็ก ลุงหก อาเจ็ด น้าสาม แต่ตอนนี้ คนจีนมีลูกน้อยลงมากเพียง 1 คน ไม่มีพี่น้อง และมักมีลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยายแค่คนเดียว ไม่ต้องใส่ตัวเลขแล้ว และเวลาเรียกเด็กก็มักเรียกให้น่ารัก เช่น
‘เหวยเหว่ย’ ‘เป๋ยเป่ย’ แทนการเรียก ลำดับที่กันแล้ว